สวัสดีครับทุกท่าน ที่หลงผิดมาเข้า blog ของผม นี่ฟิกเรื่องแรกของผมครับ อ่านกันดูนะครับ
The First Meet
เช้าวันหนึ่งที่ทวีป อาเดน ณ เมือง กลูดิโอ(เมืองของมนุษย์) ในห้องแห่งหนึ่ง มีเสียง เคาะประตูดังขึ้น ก๊อก
ก๊อก ก๊อก!!! ชายหนุ่มผมสั้นสีทองเดินไปเปิดประตู
คุณ ชินิงามิ บัน ใช่รึเปล่าครับ บุรุษไปรษณีย์ถาม
เอ่อ ใช่ครับ มีอะไรหรอครับ ชายผมทองรับคำ
ไปรษณีย์หนุ่มหยิบซองสีขาวจากกระเป๋าผ้า มีจดหมายถึงคุณครับ...นี่ครับ
อ้อ ขอบคุณครับ
รับจดหมายจากบุรุษไปรษณีย์แล้วจึงมานั่งอ่านในห้อง พลางพลิกดูเนื้อความในจดหมาย
คุณ ชินิงามิ บัน
เนื่องด้วยทางเฮเนส(เมืองแห่งเอล์ฟ)และชิลเลน(เมืองแห่งดาร์คเอล์ฟ) ซึ่งเป็นเมืองติดขอบทวีป จึงถูกโจมตีโดยพวกออร์คเป็นอย่างหนัก ทางเจ้าเมืองทั้งสองนั้นได้ทำการขอความช่วยเหลือจากพวกเราซึ่งเป็นกองกำลังอันแข็งแกร่งลำดับต้นๆแห่งอาเดน ทางเรายินดีให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างยิ่ง เพียงแต่กองกำลังของเราเองก็มีจำกัด
ทั้งนี้ทางการจึงได้ส่งจดหมายฉบับนี้มาถึงคุณ เพื่อนำพลเสริมกำลังรบอย่างเลี่ยงไม่ได้ ขอให้คุณไปรายงานตัวที่ ปราสาทด้วย
ด้วยความนับถือ
กองกำลังกลูดิโอ
จดหมายเกณฑ์ทหารงั้นเรอะ ยุ่งยากซะจริง.....แต่ก็ดี กำลังเบื่อๆอยู่พอด้วยสิ
บันหยิบเสื้อยืดรัดรูปมีด้ายร้อยกลางอกมาใส่ แล้วรีบออกเดินทางสู่ปราสาททันที
โฮ่ คนเต็มเลยแฮะ มันจาเอาคนไปกี่คนกันเนี่ย~ ชายหนุ่มพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงด้วยท่าทางอารมณ์ดี
บันเข้าไปต่อแถวรายงานตัว เมื่อถึงคิวของตน
ชินิงามิ บันครับ
อ้าวมาด้วยเรอะ ไม่นึกว่าคนอย่างนายจะมานะเนี่ย คนเบื่อโลกแบบนายไปหาประสบการณ์ชีวิตรึไง ทหารชายวัยกลางคนใบหน้าคมเข้มแซวเยาะๆ
ก็กำลังเบื่อๆอยู่พอดี แล้วอยากจะทดสอบฝีมือดาบของตัวเองด้วยน่ะครับ
นายใช้ดาบเป็นด้วยรึนี่ เอ้า เซ็นตรงนี้ พรุ่งนี้เราจะประกาศว่านายจะได้ไปเมืองไหนนะ
ครับ ถ้าเป็นไปได้ขอไปเมืองที่พวกออร์คโจมตีหนักๆนะครับ ชายหนุ่มบอกเสียงใส
อยากสู้ขนาดนั้นเลยเรอะ จะพยายามขอคิวให้ละกันนะ
วันรุ่งขึ้น ณ ปราสาทกลูดิโอ ใบประกาศได้ถูกแปะไว้ข้างปราสาท เด็กหนุ่มเข้าไปดูประกาศ
เมืองเฮเนสเรอะ ได้ยินมาว่าทางเมืองชิลเลน โดนโจมตีหนักกว่านี่ แต่ก็ช่างมันเถอะ
ทันใด เสียงประกาศก็ดังขึ้น
สำหรับผู้ที่ได้ไปเมืองเฮเนสพรุ่งนี้เราจะเริ่มออกเดินทางให้มาที่หน้าปราสาทเวลาตี5นะครับ ส่วนผู้ที่ได้ไปเมือง
ชิลเลนให้มาที่เดียวกันในอีก2วันนะครับ เวลาตี5เช่นกันครับ
วันรุ่งขึ้น
ในการออกเดินทางไปเมืองเฮเนส ใช้เวลาเดินทาง2วัน และไปถึงเมืองเฮเนสเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันที่2 ขณะนั้นเมืองเฮเนสกำลังถูกโจมตีอย่างหนัก ประตูเมืองใหญ่โตที่เคยแข็งแรงทนทาน ในเวลานี้กลับถูกบุด้วยไม้จำนวนมาก
พวกเรามาจากเมืองกลูดิโอ มาช่วยพวกท่านแล้วแม่ทัพกำลังเสริมประกาศบอกกองทัพฝ่ายเอล์ฟ
แม่ทัพหันมาออกคำสั่งแก่เหล่าทหาร
แบ่งเป็น4 หน่วย หน่วยละ250คน แต่ละหน่วยไปตามประตูเมืองทิศต่างๆ ป้องกันไว้ถ้าเป็นไปได้ โจมตีให้พวกมันให้แตกกระเจิงไปเลย
ครับ!!! เหล่าทหารพร้อมใจรับคำกึกก้องสมรภูมิ
ชายหนุ่มนัยน์ตาเขียวอมฟ้า ถูกส่งไปทางประตูตะวันตกซึ่งถูกออร์คจู่โจมหนักที่สุด สถานการณ์ของประตูทุกบานเริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เว้นแต่ประตูตะวันตก เนื่องจากพวกออร์คนั้นจำนวนมากเกินไป บรรดาทหารเกณฑ์จำเป็น ที่ไม่ได้รับการฝึกอย่างหนักเพื่อสงครามโดยเฉพาะจึงไม่สามารถทานกำลังข้าศึกไว้ได้นานนัก และแล้วประตูเมืองก็พัง
เฮ้ย!! ประตูเมืองแตกแล้วเรอะ แย่ล่ะสิ....เข้าไปช่วยคนข้างในก่อนดีกว่า
ณ ปราสาทเฮเนส ทหารคนนึงวิ่งลุกลี้ลุกลนเข้ามา
ท่านไธโนสครับ ประตูเมืองตะวันตกแตกแล้วครับ
อะไรนะ!! รีบลงไปช่วยชาวเมืองก่อน สั่งคนตามหาลูกสาวข้าด้วย นางคงสู้อยู่ที่ไหนสักแห่งแต่ใกล้ๆประตูเมืองด้านตะวันตกนั่นล่ะ
ครับ!! ทหารหนุ่มตอบพลางเหนื่อยหอบ
ในเมืองด้านตะวันตก จอมเวทย์สาวผู้หนึ่งกำลังต่อสู้อยู่กับเหล่าออร์คจำนวนมาก
แสงสว่างทั้งหลายจงเป็นพลังให้แก่ข้าด้วย โฮลี่ดัสต์!!
แสงสว่างจำนวนมากสาดส่องออกไปจากไม้เท้าของเธอ ตรงไปยังกลุ่มออร์คที่วิ่งเข้ามา พวกออร์คกระเด็นกระดอนกระจัดกระจายกันหมด
และแล้วก็มีพวกออร์คกลุ่มใหม่เข้ามา จอมเวทย์สาวกำลังร่ายมนต์ แต่สายไปแล้ว มีออร์คตัวนึงวิ่งเข้ามาจะฟันเธอจากทางด้านหลัง .....แกร้ง!! บันเข้าไปขวางไว้พอดี
นี่ แกรู้รึเปล่าว่าฟันผู้หญิงน่ะมันไม่ดีนะ....แล้วยังฟันจากด้านหลังอีก
โฮก!!! ออร์คไม่ใส่ใจ พร้อมทั้งพุ่งเข้าหาต่อเนื่องด้วยความรวดเร็ว
ลืมไปว่ามันพูดไม่รู้เรื่อง งั้นก็ตายซะเถอะนะ เด็กหนุ่มยิ้มเหี้ยม
บันตวัดดาบฟันคอ ออร์คตัวนั้นขาดกระเด็นในดาบเดียว
สายลมเอ๋ย ขอวิงวอนเจ้ามอบพลังแก่ข้าด้วยเถิด ทอร์นาโด วอลเท็กซ์
ทันทีที่จอมเวทย์สาวร่ายมนต์จบ พายุทอร์นาโดก่อตัวขึ้นหอบออร์คจำนวนมากขึ้นไปบนท้องฟ้า
เอล์ฟสาวเริ่มมนต์อีกครั้ง
เปลวเพลิงอันร้อนแรง ขอจงบันดาลผลาญศัตรูของข้าให้หมดสิ้น เฮลไฟร์
ไฟพุ่งออกจากไม้เท้าของเธอเป็นระยะไกล พุ่งไปที่ทอร์นาโด ขณะนี้มันได้กลายเป็นทอร์นาโดเพลิงไปซะแล้ว....
เบื้องหลังความเกรี้ยวกราดของทอร์นาโดเพลิง ทุกอย่างสลายสิ้น ไม่เหลือแม้แต่เศษซากของพวกออร์ค
จอมเวทย์สาวผมยาวหันมาพูดกับชายหนุ่มผู้มีพระคุณ
เมื่อกี้นี้ขอบคุณมากเลยนะคะ
ไม่เป็นไรหรอกครับ เรามาร่วมมือกันกำจัดพวกมันด้วยกันเถอะครับ ชายหนุ่มตอบน้ำเสียงแฝงความสุภาพ
ค่ะ เอล์ฟสาวยิ้มรับ
สายลมเอย จงเพิ่มความเร็วแก่มิตรแห่งข้า วินด์วอล์ค!!
ฟิ้ว~ สายลมอบอุ่นพัดผ่านทั่วร่างทั้งสอง
ว้าว รู้สึกตัวเบาขึ้นเป็นกองเลย ขอบคุณครับ
กระจกแห่งไอกริส บังเกิดโล่กำบังเวทย์ให้แก่เขาด้วย
มนต์พวกนี้จะคงฤทธิ์ไว้ได้เพียงแค่2ชั่วโมงเท่านั้นนะคะ มนต์บทหลังไว้คุ้มครองคุณจากมนต์ของฉัน เผื่อฉันร่ายมนต์ใส่พวกออร์คคุณจะไม่ได้รับอันตราย
ครับ งั้นผมเข้าไปลุยกับพวกมันได้แล้วสินะครับ ชายหนุ่มขอความเห็นด้วยสายตาเป็นประกาย
ตามสบายเลยค่ะ เอล์ฟสาวตอบราวกับรู้ว่าเขารอเวลานี้มานาน
ชายหนุ่มที่รับพลังใหม่อย่างเต็มที่ก็พุ่งเข้าหาเหล่าออร์คด้วยความฮึกเหิม.....
~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~
* พิสูจน์อักษรโดย Metalfox (blog นี้เขาก็ช่วยทำกว่าครึ่ง)
** ชื่อเวทย์มนต์ ชื่อเมือง และชื่อสัตว์อสูรนเรื่องนั้น ส่วนใหญ่ผมจะเอามาจากเกมส์ที่เคยเล่นแล้วก็มาผสมกับศัพท์ภาษาอังกฤษอันน้อยนิดที่มีอยู่ในหัว(อันไหนไม่รู้จะผสมยังไงให้ออกมาดี ก็จะลอกมาทั้งดุ้น)
*** ชื่อตัวละครนั้น ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ยากที่สุดในการเขียนเรื่องเลยทีเดียว ชื่อตัวเอกนั้น ชินิงามิ บัน ชินิงามิผมเอามาจากภาษาญี่ปุ่น ที่ตัวเองไม่ค่อยจะรู้เรื่อง น่าจะหมายความว่า ยมฑูต(ไม่แน่ใจ) ส่วนบันนั้น ชื่อเล่นผมเอง เหลวไหลมั้ยล่ะครับ
เป็นยังไงกันบ้างครับ จินตนาการภาพไม่ออกกันใช่มั้ยครับ จริงๆแล้วผมกะจะทำเป็น comic แต่หาคนวาดรูปไม่ได้ ฝีมือด้าน ศิลปะของตัวเองก็ห่วย (สังเกตได้จากการเลือกสีตัวอักษร) ไปละครับวันไหนว่างๆ จะเอา ตอน 2 มาลงครับ